วันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2553

12-4-51 B สัญลักษณ์มงคล ฮก ลก ซิ่ว และซังฮี แปลว่าอย่างไร

ส่งเมื่อ : 12/4/51 เวลา : 08 : 08 น.
ตอบ ขอให้มีความสุข ให้สมปรารถนาให้ร่ำรวย ให้ลูกหลานดีและมีอายุมั่นขวัญยืน

ฮก แปลว่า ความสุข สุขจากการได้สมปรารถนาในโชค ในทรัพย์ ยศถาบรรดาศักดิ์และ อายุที่ยืนยาว

ลักษณะ : ชายโหงวเฮ้งดี ดูดีมีราศี แต่งกายภูมิฐาน

มือขวา : ประคองคฑา ยอดทำด้วยหยก เรียก "ยู่อี่" หรือ "เง็กยู่อี่" (หยกสมปรารถนา) หรือคฑากายสิทธิ์ ถือเป็นของวิเศษ ใครอธิษฐานสิ่งใดก็ให้สมปรารถนาหรือได้โชคลาภตามคำขอ

ลก แปลว่า บุญบารมี บุญที่ขอให้ร่ำรวย มีฐานะมั่งคั่งมีบารมีจากความก้าวหน้าในงาน ถ้ารับราชการก็ขอให้ได้เป็นใหญ่เป็นโต หากทำการค้าก็ให้รุ่งเรืองมีกำไร และมีลูกหลานดีๆ มากมาย มาสืบทอดวงศ์ตระกูลต่อไป

ลักษณะ : อัครอภิมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่ง ร่ำรวยล้นฟ้า

มือขวา : ถือบัญชีทรัพย์สินและรายชื่อลูกหนี้ม้วนใหญ่ เพราะมีลูกหนี้มากมายจำได้ไม่หมด ต้องจดใส่สมุดไว้ และด้านขวามีลูกสาวตัวน้อยเกาะขาอยู่ในอ้อมแขนของลูกสาวมีเครื่องประดับ ดอกไม้ ขนมนมเนยแสดงถึงความมีกินมีใช้

มือซ้าย : อุ้มลูกชาย ในมือของลูกชายถือเงินทอง แสดงถึงความร่ำรวย ตุ๊กตาลกที่สมบูรณ์จะต้องมีลูกชาย เพราะคนจีนถือมากเรื่องการสืบต่อวงศ์ตระกูล ถ้ารวยอย่างเดียวโดยไม่มีลูกชายสืบสกุล ก็ไร้ประโยชน์

ซิ่ว แปลว่า อายุมั่นขวัญยืนยาว มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง

ลักษณะ : ตาแป๊ะแก่ชรา ผม คิ้ว หนวด เครายาวสีขาวเหมือนสำลี ติ่งหูใหญ่ยาวถึงบ่า แสดงโหงวเฮ้งของผู้มีอายุยืน หน้าผากนูนโหนกผิดปกติ เพราะมี "ฮกขี่" (บุญวาสนา) มากจนล้นและปูดออกมาทางหน้าผาก ตุ๊กตาซิ่วนั้นบุญวาสนาสูงนักจึงมีอายุยืนยาว และได้เป็นเซียนในภายหลังด้วย

มือขวา : ถือไม้เท้าหัวมังกรสัตว์ในเทพนิยายที่มีอายุยืนถึงหมื่นปี ที่คอไม้เท้า ห้อยน้ำเต้าที่บรรจุยาอายุวัฒนะไว้ภายใน เหนือน้ำเต้ามี "เซียนจือ" (ตำรายาเทวดา หรือยาอายุวัฒนะ) ผูกติดอยู่ ข้างกายมีสัตว์เลี้ยง "เซียนเฮาะ" (นกกะเรียนเทวดาอายุพันปี) ที่ในปากคาบ"เซียนเฉ้า" ซึ่งเป็น หญ้าเทพยดามีขึ้นเฉพาะบนสวรรค์ เมื่อนำไปต้มน้ำกินจะทำให้ปราศจากโรคภัยและมีอายุยืนยาวอีกด้วย

มือซ้าย : ถือผลท้อ ซึ่งเป็นผลไม้สวรรค์หากใครได้ทานจะมีอายุยืนยาว

ดังนั้น ฮก จึงเป็นหัวหน้าของ ลก และ ซิ่ว เพราะคนเราต้อง มีความสมหวังว่าทำงานก้าวหน้า ไม่มีปัญหาเรื่องเงินทองมีสุขภาพอนามัยดี จึงจะมีความสุข คือมี ฮก นั่นเอง แต่ตัวหนังสือจีน ฮก, ลก และ ซิ่ว นี้มีความมหัศจรรย์ล้ำลึก ที่สามารถเขียนให้แตกต่างกันไปได้ถึง 100 แบบ 1,000 แบบ ถึง 10,000 แบบทีเดียว ทุกแบบทุกตัวล้วนมีความหมายและออกเสียงเป็นคำเดียวกันโดย ซิ่ว จะเป็นที่นิยม ที่สุด

อักษรมงคล ซังฮี่

ฮี่ แปลว่า ความสุข ความยินดี

ซัง แปลว่า คู่ หรือ 2 เท่า

ซังฮี่ จึงมีความหมายว่าสุขเป็น 2 เท่า นิยมใช้เป็นสัญลักษณ์ของงานแต่งงาน หมายถึงความสุข ของคู่วิวาห์ ที่มาของคำว่า ซังฮี่ นี้มาจากสมัยราชวงศ์ซ้อง บัณฑิตหนุ่มแซ่หวัง ชื่อหวังอาซี เข้าสอบหน้าพระที่นั่ง หลังสอบเสร็จก็เข้าพิธีวิวาห์กับหญิงคนรัก ปรากฏว่าในวัน แต่งงานทราบผลสอบว่าสอบได้เป็นที่ 1 คือได้เป็น "จอหงวน" นั่นเอง ในการแต่งบ้านสำหรับงานแต่งงานของตน หวังอาซีได้เขียนคำว่า ฮี่ สีทองบนกระดาษ แดง ติดไว้ที่ผนัง เมื่อทราบว่าสอบได้เป็นจอหงวน ทำให้ความสุขความยินดีเพิ่มเป็นทวีคูณจึง เขียนคำว่า อีกตัวหนึ่ง เพิ่มต่อจากฮี่ตัวแรกกลายเป็นคำ (ซังฮี่) หรือฮี่คู่ แล้วนำไป ติดไว้ที่หน้าประตูบ้าน เพื่อประกาศให้ญาติมิตรได้ทราบถึงความสุขที่มีเป็น 2 เท่าของตน ตั้งแต่นั้นมา คำว่า ซังฮี่ ก็เป็นที่นิยมและกลายเป็นสัญลักษณ์ของงานวิวาห์ ตัวหนังสือจีนที่มีความหมายเป็นมงคลและเป็นสัญลักษณ์มงคลที่ใช้กันจนเป็นธรรมเนียม จึงเป็น คำ 4 คำว่า ฮก , ลก , ซิ่ว และ ซังฮี่ นี้เอง

วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2553

11 - 4 - 51 B การไหว้พระ 9 วัด เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชีวิตตนเองนั้นมีวัดใดบ้าง

ส่งเมื่อ : 11/4/51 เวลา : 09 : 37 น.
ตอบ วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร, ศาลหลักเมือง, วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว), วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์), วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร, ศาลเจ้าพ่อเสือ, วัดระฆังโฆษิตารามวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง), วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

เป็นเรื่องที่นิยมมาตลอดกับการไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเอง ทัวร์ "ไหว้พระ 9 วัด" กลายเป็น "มงคล" ยอดฮิตที่คนไทยและต่างชาติกำลังให้ความสนใจ

บางคนเคร่งครัดจัดถึงขนาดที่จะต้องไปสักการะให้ครบทั้ง 9 แห่งในวันเดียว !!! ความฮิตดังว่าทำให้การททท.หยิบ "ทัวร์มงคล" นี้ใส่ในโปรเจ็กต์ดึงดูดนักท่องเที่ยวเพื่อให้หันมาสนใจท่องเที่ยวบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์กันมากขึ้น และเพื่อเป็นการดึงดูดใจเป็นทวีคูณ ททท. เหน็บเกร็ดความรู้ ความเชื่อและวิธีการสักการะแต่ละแห่งเพื่อเสริมความมงคลกันอย่างสูงสุด

1. ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร (เวลาเปิด-ปิด 05.30 - 19.30 น.)


คติ " ตัดเคราะห์ ต่อชะตา" สักการะ "เทพารักษ์ทั้ง 5" คือ พระเสื้อเมือง, พระทรงเมือง, พระกาฬไชยศรี, เจ้าพ่อเจตคุปต์, เจ้าพ่อหอกลอง เพื่อ "ตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมวาสนาบารมี" ไหว้ เสาหลักเมืององค์จำลอง ด้วยธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ผ้าแพร 3 สี ดอกบัว และไหว้องค์จริงด้วยพวงมาลัย

กิจกรรม สักการะหลักเมือง ไหว้พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง เจ้าพ่อเจตคุปต์ พระเทพไชยศรี เจ้าพ่อหอกลอง ประกอบพิธีสะเดาะเคราะห์ ตามธรรมเนียมเพื่อความเป็นสิริมงคล " ไหว้หลักเมือง ตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมวาสนาบารมี "

สถานที่ตั้ง อยู่บริเวณหัวมุมสวนหลวง ข้างพระบรมมหาราชวัง ถนนหลักเมือง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร

การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 1, 3, 9, 15, 25, 30, 32, 33, 39, 43, 44, 47, 53, 64, 80, 82, 91, 201, 203 รถปรับอากาศ สาย 503,508, 512

2. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (เวลาเปิด-ปิด 08.30 - 16.00 น.)


คติ "แก้วแหวนเงินทองไหลมา"ไหว้ "พระแก้วมรกต" ด้วยธูป เทียน ดอกบัวคู่

กิจกรรม ไหว้พระแก้วมรกต พระพุทธรูปสำคัญในภูมิภาคเอเชีย เป็นศูนย์กลางความศรัทธาไทย - ลาว เพื่อความเป็นสิริมงคล " ไหว้พระแก้วมรกต แก้วแหวน เงินทองไหลมาเทมาตลอดปี "

สถานที่ตั้ง อยู่ในพระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร
การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 1, 3, 9, 15, 25, 30, 32, 33, 39, 43, 44, 53, 59, 64, 80, 82, 91,201, 203 รถปรับอากาศ สาย 501, 503, 508, 512

3. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) (เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)

คติ "ร่มเย็นเป็นสุข"ไหว้ "พระพุทธไสยาสน์"ด้วยธูป 9 ดอก เทียนแดงคู่ ทองคำเปลว 11 แผ่น

กิจกรรม นมัสการพระพุทธไสยาสน์อันศักดิ์สิทธิ์ (ที่ฝ่าพระบาททั้งสองข้างประดับมุก ลวดลายภาพมงคล 108 ประการ) เพื่อความเป็นสิริมงคล " ไหว้พระนอนวัดโพธิ์ อยู่ดีกินดีตลอดปี "

สถานที่ตั้ง หลังพระบรมมหาราชวัง ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร
การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 1, 3, 6, 9, 12, 25, 43, 44, 47, 53, 60, 82, 91, 123 รถปรับอากาศ สาย 501, 508

4. ศาลเจ้าพ่อเสือ (เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)


คติ "มีอำนาจบารมี"สักการะ เจ้าพ่อเสือ เจ้าพ่อกวนอู เจ้าแม่ทับทิม ด้วยธูป 18 ดอก ปัก 6 กระถาง เทียนแดง 1 คู่ พวงมาลัย 1 พวง

กิจกรรม ไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ "ศาลเจ้าเก่าแก่ของลัทธิเต๋า" หนึ่งในสามมหาสถานของพระนครที่ชาวจีนต้องสักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล " เสริมอำนาจบารมี "

สถานที่ตั้ง ถนนตะนาว แขวงเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร

การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 10, 12, 19, 35, 42, 56, 96

5. วัดสุทัศนเทพวราราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)


คติ "มีวิสัยทัศน์ที่ดี" สักการะ "พระศรีศากยมุนี" ด้วยธูป 3 ดอก เทียน 2 เล่ม ดอกบัวหรือพวงมาลัย

กิจกรรม ไหว้พระองค์ประธาน (พระศรีศากยมุณี) ที่เก่าแก่ ซึ่งอดีตเคยประดิษฐานอยู่ที่วิหารหลวงวัดมหาธาตุของกรุงสุโขทัย เพื่อความเป็นสิริมงคล "ไหว้พระวัดสุทัศนฯ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป"

สถานที่ตั้ง บริเวณเสาชิงช้า ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 10, 12

6. วัดชนะสงคราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)


คติ "มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง" สักการะ "พระประธาน" ในพระอุโบสถ และ "สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท"ด้วย ธูป 5 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอก

กิจกรรม ไหว้พระประธานในโบสถ์และรูปเคารพสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (บุญมา) ผู้นับถือความซื่อสัตย์ เพื่อความเป็นสิริมงคล "ไหว้พระวัดชนะสงคราม อุปสรรคร้ายพ่ายแพ้"

สถานที่ตั้ง ถนนจักรพงษ์ แขวงบางลำพู เขตพระนคร

การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 3, 6, 9, 15, 30, 32, 33, 43, 53, 64, 65, 82, 123 รถปรับอากาศ สาย ปอ. 6, 509

7. วัดระฆังโฆษิตาราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)


คติ "มีคนนิยมชมชื่น"สักการะ "สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โตพรหมรังสี) ด้วยธูป) 3 ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว 3 แผ่น หมากพลู และภาวนาด้วยคาถาชินบัญชร

กิจกรรม สักการะสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และพระประธานที่วัดระฆัง อ่านคาถาชินบัญชร เพื่อความเป็นสิริมงคล " ไหว้พระวัดระฆัง มีชื่อเสียงโด่งดังตลอดปี "

สถานที่ตั้ง ถนนอรุณอัมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย

การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 19, 57, 83 ท่าเรือ เรือด่วนเจ้าพระยา ลงท่ารถไฟหรือท่าวังหลังก็ได้ หรือลงเรือข้ามฟากจากท่าช้างไปท่าวัดระฆัง

8. วัดอรุณราชวราราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)


คติ "ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน"สักการะ "พระประธาน" ด้วยธูป 3 ดอก เทียนคู่ และต้องไปเดินทักษิณาวัตรรอบ "พระปรางค์" อีก 3 รอบ

กิจกรรม ไหว้พระปรางค์วัดอรุณฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล "ไหว้พระวัดอรุณ ชีวิตโรจน์รุ่ง ทุกวันคืน"

สถานที่ตั้ง ข้างกองทัพเรือ ถนนอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่

การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทางสาย 19, 57, 83 ทางเรือ ลงเรือข้ามฟากที่ท่าเตียนขึ้นที่ท่าวัดอรุณ

9. วัดกัลยาณมิตร (เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)


คติ "เดินทางปลอดภัย"ไหว้ "พระประธานหรือหลวงพ่อซำปอกง" ด้วยธูป 3 ดอก เทียนแดงคู่

กิจกรรม ไหว้หลวงพ่อซำปอกง (พระพุทธไตรรัตนนายก) พระโตริมน้ำตามตำนาน กรุงศรีอยุธยา ณ วัดกัลยาณมิตร เพื่อความเป็นสิริมงคล "ไหว้หลวงพ่อซำปอกง โชคดีมีชัยปลอดภัยตลอดปี"

สถานที่ตั้ง แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี

การเดินทาง โดยรถประจำทาง สาย 3, 4, 7, 7ก, 9, 21, 37, 56, 82 รถปรับอากาศ สาย ปอ. 7, 21, 82 (นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างจากโรงเรียนศึกษานารี เข้ามาที่วัดเพราะรถ ประจำทางเข้าไม่ถึง) ทางเรือ ลงเรือข้ามฟากที่ท่าปากคลองตลาดขึ้นท่าวัดกัลยาณมิตร

10- 4-51 R ประเทศใดบ้างในโลกที่ใช้ พ.ศ.

ส่งเมื่อ : 10/4/51 เวลา : 23 : 04 น.
ตอบ ประเทศไทย เพียงประเทศเดียว

เริ่มใช้ พ.ศ. เป็นศักราชนับปีของทางราชการ ในสมัยราชกาลที่ ๖ แต่เดิมตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นต้นมาไทยใช้จุลศักราชหรือ จ.ศ. ต่อมารัชกาลที่ ๕ โปรดฯ ให้เปลี่ยนมาใช้รัตนโกสินทร์ศก หรือ ร.ศ.แทน โดยให้ใช้เริ่มต้นนับ พ.ศ.๒๓๒๕ ปีที่สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีเป็น ร.ศ.๑ จนกระทั่งรัชกาลที่ ๖ โปรดฯ ให้ใช้พุทธศักราช หรือ พ.ศ.แทน โดยเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๕๖ เป็นต้นมา

วันพฤหัสบดีที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2553

9-4-51 R ภาพยนตร์เรื่องใด ใช้เงินลงทุนในการสร้างมากที่สุดในโลก

ส่งเมื่อ : 9/4/51 เวลา : 09 : 52 น.
ตอบ ไททานิค ( TITANIC)



















ไททานิก (Titanic) เป็นชื่อภาพยนตร์ของของสหรัฐอเมริกา ออกฉายในปี พ.ศ. 2540 (ค.ศ. 1997) ผลิตโดย ทเวนตีส์เซ็นจูรีฟ็อกซ์ และ พาราเมาต์พิกเจอร์ นำแสดงโดย ลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ และ เคต วินสเลต กำกับโดย เจมส์ คาเมรอน โดยเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ ทั้งหมด 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั่วโลก

กำกับ เจมส์ คาเมรอน
อำนวยการสร้าง เจมส์ คาเมรอน
บทภาพยนตร์ เจมส์ คาเมรอน
นักแสดงนำ
ลีโอนาโด ดิคาปริโอ
เคต วินสเลต
บิลลี่ เซน
ฟรานเซส ฟิชเชอร์
แคที่ เบตส์
แดนนี่ นุตซี่
บิลล์ แพ็กซ์ตัน
กลอเรีย สจ๊วร์ต
เพลงประกอบ เจมส์ ฮอร์เนอร์
กำกับภาพ รัสเซล คาร์เพนเตอร์
จัดจำหน่าย 20th Century Fox (นอกอเมริกา), Paramount Pictures (ในอเมริกา)
วันที่เข้าฉาย 19 ธันวาคม ค.ศ. 1997 (ในอเมริกา), 24 ธันวาคม ค.ศ. 1997 (ในไทย)
ความยาว 194 นาที
งบประมาณ 200,000,000 เหรียญสหรัฐ

ไททานิกในเมืองไทย
ไททานิก ได้เข้าฉายในประเทศไทย ในวันแรกคือวันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2540 (แต่ทุกโรงได้ฉายก่อนล่วงหน้าหนึ่งวัน คือวันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2540 เว้นแต่ในโรงเครืออีจีวีที่ฉายตามกำหนดเดิม) โดยไม่มีชื่อเป็นภาษาไทย และเมื่อฉายแล้วก็ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ขึ้นในสังคม จนเป็นคำที่พูดติดปากกันว่า "แจ๊คกับโรส" และโดยเฉพาะในหมู่เด็กสาว ๆ ที่คลั่งไคล้ดารานำชาย คือ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ เหมือนกับหลายประเทศที่ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉาย โดยสื่อต่าง ๆ และสังคมมีการนำเสนอแง่มุมหรือเรื่องราวต่าง ๆ ของดารานำชายผู้นี้อย่างกว้างขวาง

เพลงประกอบภาพยนตร์
เพลงประกอบภาพยนตร์ "มายฮาร์ตวิลโกออน" (My Heart Will Go On) ซึ่งประพันธ์โดยวิลล์ เจนนิง (Will Jenning) อำนวยเพลงโดยเจมส์ ฮอร์เนอร์ (James Horner) และวอลเตอร์ เอฟฟานาซีฟ (Walter Effanasif) ขับร้องโดยเซลีน ดิออน (Celine Dion) ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง โดยได้รับการเปิดออกอากาศทางสถานีวิทยุนานนับเดือน กับทั้งยังส่งผลต่อฉบับลอกแบบอื่น ๆ ที่ตามอีกด้วย เช่น ฉบับบรรเลงโดย เคนนี จี หรือฉบับภาษาไทยที่มีผู้ลักลอบแปลและบันทึกเสียงออกจำหน่าย

สำหรับคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของไททานิคนั้นคงเป็นความตั้งใจของคาเมร่อนที่จะถ่ายทอดเรื่องราวการจมของไททานิคผ่านทางแผ่นฟิล์มโดยผ่านศิลปะการเล่าเรื่องด้วยภาพอย่างประณีต และใช้ตัวละครกับเรื่องราวที่สร้างขึ้นแทรกซึมเข้าไปกับการไหลลื่นของเรื่องราวในประวัติศาสตร์ได้อย่างกลมกลืนและแนบเนียน แล้วยังเสริมความโดดเด่นของพฤติกรรมและเรื่องราวของบรรดาผู้โดยสารตอนเรือล่มได้อย่างน่าประทับใจ จนไททานิคได้เป็นภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ที่มีเสน่ห์และมีชีวิตชีวาอย่างที่สุดเรื่องหนึ่ง ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับการจมของไททานิคมาหลายเรื่อง แต่ไม่มีเรื่องใดที่ได้รับความนิยมและอยู่ในความทรงจำได้ขนาดนี้

นับได้ว่า คาเมร่อนสามารถสร้างความสมดุลระหว่างเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ เรื่องราวที่แต่งเติม ความสนุกสนานตื่นเต้น โศกนาฏกรรม และความประทับใจแบบบรรยากาศของหนังฮอลลีวู้ดไว้ได้อย่างกลมกลืนและกระชับ โดยเฉพาะ ตอนที่แจ็คสิ้นลมในขณะที่ยังกุมมือของโรสไว้แน่น โดยที่โรสยังไม่รู้ตัว (ตรงกันข้ามกับตอนที่พี่โกโบเบิร์ดกำลังจะสิ้นใจ พี่แกรำพันกับหนูอังสุมากวางได้เป็นวรรคเป็นเวรหลายๆ ตอนเพื่อให้สปอนเซอร์ได้โฆษณากันอย่างเต็มที่)

ถ้าจะกล่าวอย่างสรุปสั้นๆ ว่า ไททานิคคือความลงตัวระหว่างศิลปะ และการพาณิชย์ของภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง

อีกประเด็นที่หนังเรื่องนี้มีความโดดเด่นอย่างมากก็คือ การกำกับเทคนิคพิเศษตอนเรือล่ม ซึ่งทั้งตัวแสดงบทผาดโผน ฝ่ายกำกับศิลป์ ฝ่ายเทคนิคพิเศษ และฝ่ายตกแต่งภาพด้วยคอมพิวเตอร์ต่างทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเต็มที่จนได้ภาพที่เรียกได้ว่าเพอร์เฟ็กต์จนหลายๆ คนหาจุดอ่อนความไม่สมจริงแทบไม่เจอ (เทียบกับเรื่อง Perfect Storm ผมคิดว่าภาพพายุในทะเลยังมีจุดที่ดูออกว่าเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์อยู่ดีครับ)

9-4-51 B นักแสดงที่ชื่อมิสเตอร์บีน มีชื่อจริง, นามสกุลจริงว่าอย่างไร

ส่งเมื่อ : 9/4/51 เวลา : 09 : 04 น.
ตอบ โรวัน แอตคินสัน (Rowan Atkinson)

มิสเตอร์บีน (Mr. Bean)ละครตลกของประเทศอังกฤษ ซึ่งแสดงโดย โรวัน แอตคินสัน(Rowan Atkinson) เขียนโดย โรวัน แอตคินสัน Robin Driscoll Richard Curtis และ Ben Elton โดยเริ่มออกอากาศเมื่อ 1 มกราคม ค.ศ. 1990 - 31 ตุลาคม ค.ศ. 1995 รถมินิ หมายเลขยานพาหนะ SLW 287R

ชีวประวัติ
โรวัน เซบัสเตียน แอตคินสัน (Rowan Sebastian Atkinson) (เกิดเมื่อวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 1955) เป็นนักแสดงบทตลกชาวอังกฤษและเป็นนักขียนบทละครที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักกันในบทบาท มิสเตอร์บีน Mr. Bean ซึ่งเป็นละครตลกทางโทรทัศน์ในประเทศอังกฤษและเป็นที่นิยมไปทั่วโลก

ผลงานที่แสดงผ่านมา

มิสเตอร์ แบล็คแอ็ดเดอร์
บีน เดอะ มูฟวี่
มิสเตอร์บีน พักร้อนนี้มีฮา
จอห์นนี่ อิงลิช

วันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2553

8 - 4 - 51 B พระปรางค์ที่ใช้ระยะเวลาสร้างนานที่สุดคือประปรางค์วัดใด

ส่งเมื่อ : 8/4/51 เวลา : 10 : 50 น.
ตอบ พระปรางค์วัดอรุณราชวรารามวรวิหาร เริ่มสร้างในสมัย ร. 2 แต่เสร็จ ร. 4


วัดอรุณราชวราราม เป็นวัดโบราณสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เดิมเรียกว่า "วัดมะกอก" ตามชื่อตำบลบางมะกอกซึ่งเป็นตำบลที่ตั้งวัด ภายหลังเปลี่ยนเป็น "วัดมะกอกนอก" เพราะมีวัดสร้างขึ้นใหม่ในตำบลเดียวกันแต่ อยู่ลึกเข้าไปในคลองบางกอกใหญ่ชื่อ "วัดมะกอกใน" ต่อมาใน พ.ศ. 2310 เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมีพระราชประสงค์จะย้ายราชธานีมาตั้ง ณ กรุงธนบุรีจึงเสด็จกรีฑาทัพล่องลงมาทางชลมารคถึงหน้าวัดมะกอกนอกนี้เมื่อเวลารุ่งอรุณพอดี จึงทรงเปลี่ยนชื่อวัดมะกอกนอกเป็น "วัดแจ้ง" เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งนิมิตที่ได้เสด็จมาถึงวัด นี้เมื่อเวลาอรุณรุ่ง

เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดให้ย้ายราชธานีจากกรุงศรีอยุธยามาตั้ง ณ กรุงธนบุรีและได้ทรงสร้างพระราชวังใหม่ มีการขยายเขตพระราชฐาน เป็นเหตุให้วัดแจ้งตั้งอยู่กลาง พระราชวังจึงไม่โปรดให้มีพระสงฆ์จำพรรษา นอกจากนั้นในช่วงเวลาที่กรุงธนบุรีเป็น ราชธานี ถือกันว่าวัดแจ้งเป็นวัดคู่บ้าน คู่เมือง เนื่องจากเป็นวัดที่ประดิษฐาน พระแก้วมรกตและพระบาง ซึ่งสมเด็จ พระยามหากษัตริย์ศึก (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) ได้ อัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญ 2 องค์นี้มาจากลาวในคราวที่เสด็จตีเมืองเวียงจันทร์ ได้ในปี พ.ศ. 2322 โดยโปรดให้อัญเชิญ พระแก้วมรกตและพระบางขึ้นประดิษฐาน

เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช รัชกาลที่ 1 เสด็จเถลิงถวัลราชสมบัติ ได้โปรดให้สร้างพระนครใหม่ฝั่งตะวันออก ของแม่น้ำเจ้าพระยา และรื้อกำแพงพระราชวังกรุงธนบุรีออก วัดแจ้งจึงไม่ได้อยู่ในเขตพระราชวังอีกต่อไป พระองค์จึงโปรดให้วัดแจ้งเป็นวัดที่มี พระสงฆ์จำพรรษาอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนั้นพระองค์ทรงมอบหมายให้สมเด็จ พระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร (ร. 2) เป็นผู้ดำเนินการปฏิสังขรณ์วัดแจ้ง ไว้ในมณฑป และมีการสมโภชใหญ่ 7 คืน 7 วัน(ในปี พ.ศ. 2327 พระแก้วมรกตได้ย้ายมาประดิษฐาน ณ วัด พระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมหาราชวัง ส่วนพระบางนั้นสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้โปรด พระราชทานคืนไปนครเวียงจันทร์) แต่สำเร็จเพียงแค่กุฎีสงฆ์ก็สิ้นรัชกาลที่ 1 ใน พ.ศ. 2352 เสียก่อน

พระปรางค์วัดอรุณราชวรารามวรวิหาร

ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 พระองค์ทรงดำเนินการปฏิสังขรณ์ต่อจนเสร็จ ทั้งได้ทรงปั้นหุ่นพระพุทธรูปด้วยฝีพระหัตถ์ และโปรดให้หล่อขึ้นประดิษฐานเป็นพระประธาน ในพระอุโบสถ และโปรดให้มีมหรสพสมโภชฉลองวัดในปี พ.ศ. 2363 แล้วโปรดพระราชทาน พระนามวัดว่า "วัดอรุณราชธาราม"

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้ทรงปฏิสังขรณ์วัดอรุณฯ ใหม่หมดทั้งวัด พร้อมทั้งโปรดให้ลงมือก่อสร้างพระปรางค์ตามแบบที่ทรงคิดขึ้น จนสำเร็จเป็นพระเจดีย์สูง 1 เส้น 13 วา 1 ศอก 1 คืบ กับ 1 นิ้ว ฐานกลมวัดโดยรอบได้ 5 เส้น 37 วา ซึ่งการก่อสร้างและปฏิสังขรณ์สิ่งต่าง ๆ ภายในวัดอรุณฯ นี้สำเร็จลงแล้ว แต่ยังไม่ทันมีงานฉลองก็สิ้นรัชกาลที่ 3 ในปี พ.ศ. 2394

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เสด็จเถลิงถวัลราชสมบัติ พระองค์ได้โปรดให้สร้างและปฏิสังขรณ์ สิ่งต่าง ๆ ในวัดอรุณฯ เพิ่มเติมอีกหลายอย่าง ทั้งยังได้อัญเชิญพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มาบรรจุไว้ที่พระพุทธอาสน์ของ พระประธานในพระอุโบสถที่พระองค์ ทรงพระราชทานนามว่า "พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก" และเมื่อได้ทรงปฏิสังขรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้พระราชทานนาม วัดเสียใหม่ว่า "วัดอรุณราชวราราม" ดังที่เรียกกันมาจนถึงปัจจุบัน

ครั้นถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เกิดเพลิงไหม้พระอุโบสถ จึงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์พระอุโบสถใหม่เกือบทั้งหมด โดยได้โปรดให้กรมหมื่นปราบปรปักษ์เป็นแม่กองในการบูรณะ และโปรดเกล้าฯให้นำเงิน ที่เหลือจากการบริจาคของพระบรมวงศานุวงศ์ไปสร้างโรงเรียนตรงบริเวณกุฎีเก่า ด้านเหนือ ซึ่งชำรุดไม่มีพระสงฆ์อยู่เป็นตึกใหญ่แล้วพระราชทานนามว่า "โรงเรียนทวีธาภิเศก" นอกจากนั้นยังได้โปรดให้พระยาราชสงครามเป็นนายงานอำนวยการปฏิสังขรณ์พระปรางค์ องค์ใหญ่ และเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงโปรดให้มีการฉลองใหญ่รวม 3 งานพร้อมกันเป็นเวลา 9 วัน คือ งานฉลองพระไชยนวรัฐ งานบำเพ็ญพระราชกุศลพระชนมายุสมมงคล คือ มีพระชนมายุเสมอพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และ งานฉลองพระปรางค์ ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มีการบูรณะปฏิสังขรณ์หลายอย่าง โดยเฉพาะพระปรางค์วัดอรุณฯ ได้รับการปฏิสังขรณ์ เป็นการใหญ่มีการประกอบพิธีบวงสรวงก่อนเริ่มการบูรณะพระปรางค์ใน วันพุธที่ 27 ธันวาคม 2510 และการบูรณะก็สำเร็จด้วยดีดังเห็นเป็นสง่างามอยู่จนทุกวันนี้

8 - 4 - 51 R คำว่ารายชื่อใช้แทนคำว่าชื่อได้หรือไม่ เพราะอะไร

ส่งเมื่อ : 8/4/51 เวลา : 07 : 15 น.
ตอบ ไม่ได้

ชื่อ - รายชื่อ
คำว่า ชื่อ หมายถึง คำที่ตั้งขึ้นสำหรับเรียกคน สัตว์ สถานที่ และสิ่งของ โดยทั่ว ๆ ไปหรือโดยเฉพาะเจาะจง. ส่วนคำว่า รายชื่อ หมายถึง ชื่อหลาย ๆ ชื่อที่เรียงกันตามลำดับ

คำสองคำนี้มักมีผู้ใช้กันอย่างสับสน. ชื่อ หมายถึง ชื่อเพียงชื่อเดียว. ส่วน รายชื่อ หมายถึง ชื่อหลายชื่อ เช่น ประธานสภาผู้แทนราษฎรนำชื่อนายกรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย. ชื่อ ในประโยคนี้มีเพียงชื่อเดียว. นายกรัฐมนตรีนำรายชื่อรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย. รายชื่อ ในประโยคนี้มีหลายชื่อ

คำว่า ชื่อ ใช้หมายถึง หลายชื่อ ก็ได้ จึงอาจใช้แทน รายชื่อ เช่น ครูขานชื่อนักเรียนทั้งห้อง. หรือ ครูขานรายชื่อนักเรียนทั้งห้อง. แต่ รายชื่อ ใช้แทน ชื่อ ไม่ได้

ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย" ออกอากาศทางสถานีวิทยุ กระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2551 เวลา 7.00-7.30 น.

5-4-51 B สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแห่งแรกของไทยคือที่ใด

เป็นคำถามแรกที่เริ่มมีการส่ง SMS
ส่งเมื่อ : 5/4/51 เวลา : 15 : 46 น.

ตอบ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดหนองหาน จ.สกลนคร

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสกลนคร ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2485 บริเวณหนองหาร ใช้ชื่อครั้งแรกว่า สถานีประมงหนองหาร เพื่อดำเนินการผลิตพันธุ์ปลาและอนุรักษ์ปลาในเขตหนองหาร และส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในจังหวัดต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดสกลนคร มีเนื้อที่ 103 ไร่ 1 งาน 88 ตารางวา มีบ่อที่ใช้สำหรับเพาะพันธุ์ปลาและทดลองค้นคว้ารวม 46 บ่อ เนื้อที่ 29,603 ตารางเมตร (18.502 ไร่) มีที่ทำการและอาคารบ้านพัก 27 หลัง และเมื่อปี 2518-2519 ได้รับงบประมาณปรับปรุงบริเวณสระพังทองพร้อมท่าขึ้นปลา สร้างอาคารหน่วยอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำที่ดอนสวรรค์ ในขณะนั้นสถานีฯ มีเนื้อที่ทั้งหมด 160 ไร่ เป็นบ่อดิน 109 บ่อ เนื้อที่รวม 108,072 ตารางเมตร หรือ 67.545 ไร่ บ่อคอนกรีตจำนวน 58 บ่อ เนื้อที่รวม 826 ตารางเมตร (รวมทั้งบ่อคอนกรีตภายในโรงเพาะฟักที่สร้างเมื่อปี 2523) ปี 2535 สถานีประมงน้ำจืดจังหวัดสกลนครได้รับงบประมาณโครงการบูรณะแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มผลผลิตด้านการประมง โดยทำหารปรับปรุงสถานีฯ ใหม่ ซึ่งได้แก่ อาคาร บ้านพัก บ่อดิน บ่อคอนกรีต ห้องปฏิบัติการ สถานแสดงพันธุ์ปลา ตลอดจนโรงเพาะฟักให้มีขนาดใหญ่ เพื่อให้มีความสามารถในการผลิตพันธุ์ปลาเพิ่มขึ้น มีพื้นที่ทั้งหมด 157 ไร่ 1 งาน 65 ตารางวา

ในปี 2545 กรมประมงได้ทำการปรับโครงสร้างของหน่วยงานใหม่โดยสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดสกลนคร ได้เปลี่ยนชื่อเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสกลนคร มีสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดนครพนมเป็นหน่วยงานในสังกัด ที่ตั้ง : 1535 ถนนใสสว่าง ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร 47000



ที่มา http://www.fisheries.go.th/if-sakhon/

22-3-51 R โรงแรมแห่งแรกของไทยคือ

ตอบ โรงแรมโอเรียลเต็ล
โรงแรมโอเรียลเต็ลในปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. 2398 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประเทศไทยเริ่มมีสัมพันธไมตรีทางการฑูตกับต่างประเทศ โดยอังกฤษเป็นประเทศแรกที่เข้ามาค้าขายกับไทยและจึงมีประเทศอื่นๆ เข้ามาติดต่อกับไทยอีกมากมาย บรรดาพ่อค้าวานิชล้วนไม่มีที่อยู่อาศัย พระราชวังจึงได้ถูกเปลี่ยนแปลงให้เป็นโรงแรมที่พักพิงของชาวต่างชาติเหล่านี้ ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานยืนยันแน่นอนนักแต่เป็นที่เชื่อกันว่าพระราชวังแห่งนี้คือจุดกำเนิดของโรงแรมโอเรียนเต็ลนั่นเอง

อย่างไรก็ตามโรงแรมได้ถูกอัคคีภัยเมื่อเดือนมิถุนายน พุทธศักราช 2408 และในปีพุทธศักราช 2419 ได้มีนักเดินเรือชาวสวีเดนสองคน ซึ่งตกลงใจที่จะอาศัยอยู่ในประเทศไทย ได้สร้างโรงแรมขึ้นใกล้กงศุลฝรั่งเศส และในปีนี้นั่นเองที่คณะผู้บริหารของโรงแรมโอเรียนเต็ลเชื่อว่าคือการเกิดอีกครั้งหนึ่งของโรงแรมโอเรียนเต็ลที่แท้จริง

ปัจจุบันบริษัทเอกชนเป็นผู้ดำเนินการและเป็นเจ้าของโรงแรมโอเรียนเต็ล

โรงแรมโอเรียนเต็ลมีห้องพักทั้งหมด 396 ห้อง ห้องอาหาร 8 ห้อง มีบริการศูนย์กีฬา ห้องจัดเลี้ยง ห้องประชุมและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครัน นิตยสาร “อินสติทิวชั่นแนล อินเวสเตอร์” ของนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้จัดอันดับให้โรงแรมโอเรียนเต็ลกรุงเทพเป็นโรงแรมที่ดีที่สุดของโลกติดต่อกันถึง 10 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 เป็นต้นมา

22-3-51 B ปี พ.ศ.เกิดหลังจากพุทธเจ้ามาแล้วกี่ปี

ตอบ 80 ปี


พระสัมมาสัมพุทธเจ้า (Buddha) เป็นศาสดาของพระพุทธศาสนา พุทธศาสนาทั้งฝ่ายเถรวาทและมหายานนับถือพระพุทธเจ้าว่าเป็นศาสดาของตนเหมือนกันแต่รายละเอียดปลีกย่อยต่างกัน ฝ่ายเถรวาทให้ความสำคัญกับพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันคือพระโคตมพุทธเจ้า และกล่าวถึงพระพุทธเจ้าในอดีตกับในอนาคตบ้างแต่ไม่ให้ความสำคัญเท่า ฝ่ายมหายานนับถือพระพุทธเจ้าของฝ่ายเถรวาททั้งหมดและมีการสร้างพระพุทธเจ้าเพิ่มเติมขึ้นมาจนบางองค์มีลักษณะคล้ายเทพเจ้าของศาสนาฮินดู

ตามคัมภีร์ฝ่ายพุทธ ถือกันว่า พระพุทธเจ้า (พระโคตมพุทธเจ้า) พระองค์ดำรงพระชนม์ชีพอยู่ระหว่าง 80 ปีก่อนพุทธศักราช จนถึงเริ่มพุทธศักราชซึ่งเป็นวันปรินิพพาน ตรงกับ 543 ปีก่อนคริสตกาลตามตำราไทยอ้างอิงปฏิทินสุริยคติไทยและปฏิทินจันทรคติไทย และ 483 ปีก่อนคริสตกาลตามปฏิทินสากล

21-3-51 R โจนส์ ออฟ อาร์ก เป็นวีระสตรีของประเทศใด

ตอบ ประเทศฝรั่งเศส
นักบุญ โจนส์ ออฟ อาร์ค

Joan of Arc (1412-1431) โจนส์ ออฟ อาร์ค นักบุญและวีรสตรีของฝรั่งเศส (ในสงครามร้อยปีของอังกฤษและฝรั่งเศส ระหว่าง คศ.1337-1453) เกิดเมื่อวันที่ 6 มกราคม 1412 ในครอบครัวชาวนา ณ หมู่บ้าน Domremy ซึ่งอยู่ในเมืองลอร์เรนทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศฝรั่งเศส เธอเป็นลูกคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 5 คน

เมื่อโจนมีอายุ 12 ขวบเธอได้ยินเสียงจากสวรรค์ ของเซนต์ St. Michael, St. Catherine, and St. Margaret เสียงเหล่านั้นบอกให้เธอปลดปล่อยประเทศฝรั่งเศส จากอังกฤษ และช่วยให้มกุฏราชกุมารของฝรั่งเศสได้ขึ้นครองบัลลังก์ เสียงเหล่านั้นบอกให้เธอตัดผม แต่งเป็นชายและจับอาวุธ

ในปี ค.ศ.1429 อังกฤษได้เข้ายึดกรุงปารีส พระเจ้าเฮนรี่ที่ 6 ของอังกฤษร้องขอราชบัลลังก์จากฝรั่งเศส เมื่อเสียงสวรรค์ได้บอกเธอให้สถาปนาเจ้าชายโดฟิน พระราชทายาทแห่งราชบัลลังก์เป็นกษัตริย์ โจนมึนงงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ในที่สุด เสียงได้บอกเธอไปหานายทหารชื่อ โรเบอร์ต เดอะ โบ ดริคอร์ท ผู้ซึ่งควบคุมเมืองแวนคูเลียส์ที่อยู่ใกล้ๆ เขาเป็นคนที่จงรักภักดีต่อพระราชา ขอกำลังทหารจากเขาพาเธอไปเข้าพบเจ้าชายโดฟิน เดอะโบดริคอร์ทได้ปฏิเสธเธอในตอนแรก แต่ได้ช่วยเหลือเธอหลังจากที่เธอได้ทำนายอย่างถูกต้องแม่นยำว่า อังกฤษจะยึดเมืองออร์ลีนส์ได้

เมื่อโจนพร้อมด้วยทหารอารักขาออกเดินทางไปยังพระราชวังชินนอนที่เจ้าชายโดฟินประทับอยู่ เธอมีอายุเพียง 17 ปี เธอตัดผมสั้น และสวมเสื้อผ้าผู้ชาย เหมาะสำหรับงานที่เธอได้รับมอบหมายให้ทำตลอดชีวิตอันสั้นของเธอ ที่พระราชวัง คณะของเธอได้เข้าไปในห้องโถงโอ่อ่าสำหรับต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง เต็มไปด้วยข้าราชบริพาร เจ้าชายโดฟินทรงอาภรณ์เรียบๆธรรมดา และกำลังคลุกคลีกับคนที่มาในงาน อย่างไรก็ตาม โจนหาเจ้าชายจนพบ และถวายความเคารพอย่างสมพระเกียรติ

ทันทีเธอได้ทูลเจ้าชายชาร์ลส์ (โดฟิน) ว่า พระเป็นเจ้าได้ส่งเธอมาช่วยพระองค์ ผู้ซึ่งจะได้ขึ้นครองราชย์สวมมงกุฎเป็นพระราชาในเมืองไรมส์ เมื่อเจ้าชายชาร์ลส์ได้ขอหลักฐานข้อพิสูจน์ เธอได้เปิดเผยคำภาวนาที่พระองค์ได้ทรงวอนขอพระเป็นเจ้า ตั้งแต่นั้นเป็นต้นไป องค์ชายก็มีความเชื่อมั่นในตัวเธอ งานชิ้นต่อไปของเธอคือการปลดแอกเมืองออร์ลีนส์ แต่งตัวด้วยชุดเกราะและดาบ เธอจะนำหน้ากองทหาร ไม่ใช่เพื่อทำลายชีวิต แต่เพื่อนำวิญญาณไปหาพระเจ้า โจนได้เดินทางไปยังเมืองบลอยส์ ที่ซึ่งเธอได้รวบรวมกองทหารฝรั่งเศส ทุกคืนมีการขับร้องเพลงสรรเสริญแม่พระ ชายที่ปรารถนารับใช้ประเทศชาติต้องไปแก้บาปรับศีลและฟังมิสซา โจนได้สั่งห้ามทหารพูดจาหยาบคายและไม่อนุญาตหญิงโสเภณีเข้ามาในค่ายทหาร

โจนตั้งใจจะย่ำเข้าไปในเมืองออร์ลีนส์ แต่นายพลทหารฝรั่งเศสไม่มั่นใจในแผนการณ์ของเธอ เขาเชื่อว่า การต่อสู้โดยผ่านป้อมปราการของอังกฤษเข้าไปโดยตรง จะเป็นภัยพินาศอันใหญ่หลวง พวกเขาตัดสินใจบุกเข้าไปในเมืองโดยทางอ้อม ด้วยความขุ่นเคืองใจมาก โจนจึงทักท้วงว่า "ท่านคิดหลอกข้าพเจ้า แต่ท่านได้หลอกตัวท่านเอง เพราะข้าพเจ้าได้นำมาให้ท่านความช่วยเหลือเหนือธรรมชาติ ความช่วยเหลือจากองค์พระเจ้า ซึ่งอัศวินหรือบ้านเมืองต้องการ"

เมื่อโจนนำทหารหนึ่งพันคนเข้าไปในเมือง ประชาชนได้โห่ร้องต้อนรับเธอด้วยความยินดี เธอได้ขอร้องชาวอังกฤษให้วางอาวุธโดยสัญญาว่าจะไว้ชีวิตทุกคน แต่เธอกลับได้รับการดูถูกเยาะเย้ย ด้วยความเชื่อมั่น โจนได้นำกองทหารไปสู่ชัยชนะ ตามที่เธอได้ทำนายไว้ เธอได้รับบาดเจ็บจากลูกศรที่หน้าอกของเธอ เธอได้ดึงลูกศรออกด้วยมือของเธอเอง และกลับเข้าไปในสนามรบ หลังจากการต่อสู้อย่างดุเดือดเป็นเวลาหลายชั่วโมงที่ป้อมบัญชาการของศัตรู ทหารฝรั่งเศสมีกำลังเหนือกว่าทหารอังกฤษ วันที่ 7 พฤษภาคม 1429 เป็นวันเริ่มชัยชนะของฝรั่งเศส

เมื่อโจนได้พบเจ้าชายโดฟินที่เมืองทัวส์ เธอได้รบเร้าให้พระองค์เสด็จเข้าเมืองไรมส์เพื่อขึ้นครองราชย์ทันที การสถาปนาเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากพระองค์ทรงตั้งพระทัยให้กองทหารชิงกลับคืนมาเมืองต่างๆ ที่ถูกอังกฤษยึดไปบนเส้นทางสู่เมืองไรมส์ ทุกสิ่งก็สำเร็จตามพระราชหฤทัย ในสงครามแห่งปาเตทหารอังกฤษได้ถูกฆ่าตายเกือบสามพันคน แต่ทหารฝรั่งเศสตายแค่สามคนเท่านั้น เจ้าชายโดฟินได้เสด็จถึงเมืองไรมส์ที่ซึ่งในพิธีเก่าแก่สง่างามพระองค์ได้รับ การสถาปนาเป็นกษัตริย์ พระพรและการสวมมงกุฎจากพระอัครสังฆราช

เสียงสวรรค์ได้เตือนโจนว่าเธอจะถูกจับกุม และในระหว่างการต่อสู้เธอได้ตกเป็นเชลยของเบอร์กัน ดี พันธมิตรของอังกฤษ แล้วเธอถูกขายให้อังกฤษ การถูกคุมขังและขึ้นศาลได้เปิดโอกาสให้โจนเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ทางจิตวิญญาณ ที่ศาสนศาลในเมืองรวน ผู้กล่าวหาชาวอังกฤษและเบอร์กันดี ต้องการตัดสินลงโทษเธอ ในข้อหาขัดต่อความเชื่อของพระศาสนา โดยเหตุผลทางการเมือง โจนได้สู้ความด้วยตัวเธอเอง จากข้อกล่าวหาฉกรรจ์หลายกระทง ด้วยความเที่ยงธรรม ความกล้าหาญ และปรีชาญาณ พระสังฆราชแห่งเมืองบิวเวส์เป็นผู้ตัดสินคดี และได้ลงโทษเผาโจนทั้งเป็นที่หลักประหาร เพราะเธอมีความเชื่อขัดกับพระศาสนา ด้วยความหวาดหวั่น โจนเซ็นชื่อถอนคำพูดบางส่วน แต่ด้วยกำลังใจจากเสียงสวรรค์ เธอได้ยกเลิกการเซ็นชื่อนั้น ก่อนตาย โจนได้ให้อภัยศัตรูของเธอ และได้ขออภัยสำหรับความผิดพลาดที่เธอได้เคยทำ เธอได้ขอให้คนช่วยชูไม้กางเขน เพื่อเธอจะได้มองเห็นองค์พระเยซูคริสตเจ้า ขณะที่พระเพลิงล้อมรอบตัวเธอ เธอได้เรียกพระนามศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า จนกระทั่งเธอหมดลมหายใจ วันระลึกถึงเธอ คือ วันที่ 30 พฤษภาคม 1431 ซึ่งเป็นวันฉลองนามนักบุญของเธอ

ยี่สิบห้าปีต่อมา ในปี 1456 ศาสนศาลได้ประกาศว่า การขึ้นศาลของโจนและการตัดสินลงโทษเธอ เป็นโมฆะเนื่องจากบิดเบือนความจริง และผิดกฎหมาย ทั่วประเทศฝรั่งเศสได้มีขบวนแห่ระลึกถึงวีรกรรมของโจน ในการกู้ชาติ ในปี 1909 นักบุญพระสันตะปาปาปิโอที่ 10 ได้แต่งตั้งโจนเป็นบุญราศี และในปี 1920 พระสันตะปาปาเบเนดิกที่ 15 ได้แต่งตั้งเธอเป็นนักบุญ นักบุญโจนเป็นแบบอย่างแห่งความบริสุทธิ์ใจ ความมุ่งมั่นในการกอบกู้วิญญาณ และการทำตามน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้า

21-3-51 B นายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศไทยคือใคร

ตอบ พระยามโนปกรณ์นิติธาดา

พระยามโนปกรณ์นิติธาดา

พระยามโนปกรณ์นิติธาดา เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศไทย ชื่อเดิมว่า "ก้อน หุตะสิงห์" เกิดวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2427 ที่จังหวัดพระนคร เป็นบุตรของนายฮวด กับนางแก้ว หุตะสิงห์ สมรสกับคุณหญิงมโนปกรณ์นิติธาดา (นิตย์ สามเสน) ท่านถึงอสัญกรรม ณ ปีนัง เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2491 รวมอายุได้ 64 ปีเศษ


การศึกษา

วัดราชบูรณะ (วัดเลียบ)
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
โรงเรียนอัสสัมชัญ
โรงเรียนกฎหมายกระทรวงยุติธรรม (เนติบัณฑิตสยาม)
The Middle Temple (เนติบัณฑิต) ประเทศอังกฤษ

บทบาททางการเมือง

พระยามโนปกรณ์นิติธาดา เป็นผู้ที่จบการศึกษาวิชากฎหมายระดับเนติบัณฑิต จากประเทศอังกฤษ เป็นข้าราชการผู้ที่ได้ชื่อว่ามือสะอาด ไม่เคยมีเรื่องด่างพร้อยมาตลอดชีวิตการรับราชการ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ท่านได้รับเลือกจากคณะราษฎรโดยนายปรีดี พนมยงค์ ให้ดำรงตำแหน่ง
นายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศ ด้วยหวังว่าท่านจะเป็นคนกลางประสานความเข้าใจระหว่างกลุ่มผู้นิยมการปกครองแบบเก่า และกลุ่มผู้เปลี่ยนแปลงการปกครอง 10

หลังจากมีกรณีเรื่อง "สมุดปกเหลือง" เค้าโครงเศรษฐกิจที่ร่างโดยนายปรีดี ขึ้นถวายให้พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงวินิจฉัย ซึ่งพระองค์ท่านไม่เห็นชอบด้วย ก่อให้เกิดความแตกแยกกันในหมู่สมาชิกคณะราษฎร ข้าราชการ ขุนนาง และบุคคลในสภา ฯ พระยามโนปกรณ์ ฯ เองก็ไม่เห็นชอบด้วยกับเค้าโครงเศรษฐกิจฉบับนี้ ประกอบกับได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกคณะราษฎรกลุ่มทหารที่นำโดย พระยาทรงสุรเดช ท่านจึงได้ใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีปิดสภา พร้อมงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา รวมทั้งได้เนรเทศนายปรีดี พนมยงค์ ให้กลับไปยังประเทศฝรั่งเศส และออกพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์เป็นฉบับแรกด้วย ซึ่งเรียกกันว่าท่านกระทำรัฐประหารด้วยการใช้ ปากกาด้ามเดียว ท่ามกลางความไม่พอใจของกลุ่มคณะราษฎรที่สนับสนุนนายปรีดี พนมยงค์


เหตุการณ์ความขัดแย้งเหล่านี้ ได้บานปลายนำไปสู่การรัฐประหารในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2476 ที่ พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา หัวหน้าคณะราษฎรได้รัฐประหารคณะรัฐบาลของท่าน และเนรเทศท่านไปยังปีนังด้วยรถไฟ พร้อมกับเรียกตัวนายปรีดีกลับมาจากฝรั่งเศส ซึ่งพระยามโนปกรณ์นิติธาดาก็ได้ใช้ชีวิตในบั้นปลายอยู่ที่ปีนัง ตราบจนถึงแก่อสัญกรรม

เริ่มดำรงตำแหน่ง

สมัยที่ 1: 28 มิถุนายน พ.ศ. 2475 - 9 ธันวาคม พ.ศ. 2475 (ลาออก)

สมัยที่ 2: 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 - 1 เมษายน พ.ศ. 2476 (ลาออก)
สมัยที่ 3: 1 เมษายน พ.ศ. 2476 - 20 มิถุนายน พ.ศ. 2476 (รัฐประหาร)

20-3-51 B ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกของคนไทยคือเรื่องอะไร



ตอบ นางสาวสุวรรณ
นางสาวสุวรรณ
Suvarna of Siam

นางสาวสุวรรณ เป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกของไทย อำนวยการสร้าง เขียนบท และกำกับโดยนายเฮนรี แมคเร ชาวสหรัฐอเมริกา เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย โดยได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้กรมรถไฟหลวง และกรมมหรสพหลวงอำนวยความสะดวกในการถ่ายทำ

ภาพยนตร์ถ่ายทำในกรุงเทพ ที่พระบรมมหาราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดอรุณราชวราราม วัดพระเชตุพน และต่างจังหวัดที่หัวหิน บางปะอิน เชียงใหม่

ภาพยนตร์ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2466 และฉายในสหรัฐอเมริกาในชื่อว่า Kingdom of Heaven แต่เมื่อครั้นเข้ามาฉายในประเทศไทยได้เพียง 3 วัน ฟิล์มต้นฉบับก็สูญหาย

ผู้กำกับ เฮนรี แมคเร
อำนวยการสร้าง เฮนรี แมคเร
บทภาพยนตร์ เฮนรี แมคเร
นักแสดงนำ เสงี่ยม นาวีเสถียร ต่อมาได้รับพระราชทานนามจากรัชกาลที่ 6 ว่า อนินทิตา และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าและเมื่อสมรสแล้ว จึงเป็น คุณหญิงอนินทิตา อาขุบุตร ขุนรามภรตศาสตร์ (ยม มงคลนัฏ) หลวงภรตกรรมโกศล (มงคล สุมนนัฏ)
กำกับภาพ Dal Clawson
จัดจำหน่าย ยูนิเวอร์แซล
วันที่เข้าฉาย 23 มิถุนายน พ.ศ. 2466
ภาษา ไทย


วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2553

18-3-51 B กรุงเทพมหานคร มีทั้งหมดกี่เขต แล้วเขตอะไรบ้าง

ตอบ 50 เขต ได้แก่

1. คลองสาน 2.คลองเตย 3.จอมทอง 4.จตุจักร

5.ดุสิต 6.ดอนเมือง 7.ตลิ่งชัน 8.ธนบุรี

9.บางกอกใหญ่ 10.บางกอกน้อย 11.บางกะปิ 12. บางขุนเทียน

13.บางเขน 14.บางซื่อ 15.บางพลัด 16.บางรัก

17.บึงกุ่ม 18.ประเวศ 19.ปทุมวัน 20.ป้อมปราบศัตรูพ่าย

21.พญาไท 22.พระโขนง 23.พระนคร 24.ภาษีเจริญ

25.มีนบุรี 26.ยานนาวา 27.ราชเทวี 28.ราษฎร์บูรณะ

29.ลาดกระบัง 30.ลาดพร้าว 31.สาทร 32.สัมพันธวงศ์

33.หนองแขม 34.หนองจอก 35.ห้วยขวาง 36.สวนหลวง

37.ดินแดง 38.หลักสี่ 39.สายไหม 40.คันนายาว

41.สะพานสูง 42.วังทองหลาง 43.คลองสาน 44.คลองสามวา

45.วัฒนา 46.บางนา 47. ทวีวัฒนา 48.บางแค

49.ทุ่งครุ 50.บางบอน


10-3-51 R โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลากี่วัน




ตอบ 365.25 วัน
โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์เป็นวงโคจรซึ่งใช้เวลา 365.25 วัน เพื่อให้ครบ 1 รอบ ปฏิทินแต่ละปีมี 365 วัน ซึ่งหมายความว่าจะมี 1/4 ของวันที่เหลือในแต่ละปี ซึ่งทุกๆปีสี่ปีจะมีวันพิเศษ คือจะมี 366 วัน กล่าวคือเดือนกุมภาพันธ์จะมี 29 วัน แทนที่จะมี 28 วันเหมือนปกติ ตามที่เคปเลอร์ค้นพบวงโคจรของโลกไม่เป็นวงกลม ในเดือนธันวาคมมันจะอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าเดือนมิถุนายน ซึ่งมันจะอยู่ห่างไกลจากดวงอาทิตย์มากที่สุด โลกจะเอียงไปตามเส้นแกน ในเดือนมิถุนายน ซีกโลกเหนือจะเอียงไปทางดวงอาทิตย์ดังนั้น ซีกโลกเหนือจะเป็นฤดูร้อนและซีกโลกใต้จะเป็นฤดูหนาว ในเดือนธันวาคมจะเอียงจากดวงอาทิตย์ ทำให้ซีกโลกเหนือเป็นฤดูหนาวและซีกโลกใต้เป็นฤดูร้อน ในเดือนมีนาคมและกันยายน ซีกโลกทั้งสองไม่เอียงไปยังดวงอาทิตย์ กลางวันและกลางคืนจึงมีความยาวเท่ากัน ในเดือนมีนาคม ซีกโลกเหนือจะเป็นฤดูใบไม้ผลิ และซีกโลกใต้เป็นฤดูใบไม้ร่วง ในเดือนกันยายน สถานการณ์จะกลับกัน

โลกมีอายุประมาณ 4,700 ปี โลกไม่ได้มีรูปร่างกลมโดยสิ้นเชิง เส้นรอบวงที่เส้นศูนย์สูตรยาว 40,077 กิโลเมตร (24,903 ไมล์)และที่ขั่วโลกยาว 40,009 กิโลเมตร (24,861 ไมล์)


ดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ จะมีฤดูกาลเป็นของตนเองและระยะของการโคจร ความยาวของปีดาวเคราะห์เป็นเวลาที่มันหมุนรอบดวงอาทิตย์หนึ่งรอบ ถ้าคุณอยู่บนดาวพุธ ปีของคุณจะมีเพียง 88 วันของโลก บนดาวพูลโต ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่นอกสุดหนึ่งปีจะเท่ากับ 248 วันบนโลก


ดวงจันทร์
ดวงจันทร์เป็นบริวารของโลก โคจรรอบโลกทุกๆ 27 วัน 8 ชั่งโมง และขณะเดียวกันก็หมุนรอบแกนตัวเองได้ครบหนึ่งรอบพอดีด้วย ทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์ด้านเดียว ไม่ว่าจะมองจากส่วนไหนของโลก ส่วนอีกครึ่งหนึ่ง มนุษย์เพิ่งจะได้เห็นภาพ เมื่อสามารถส่งยานอวกาศไปในอวกาศได้ บนพื้นผิวดวงจันทร์ร้อนมากในบริเวณที่ถูกแสงอาทิตย์ และเย็นจัดในบริเวณเงามืด ที่พื้นผิวของดวงจันทร์มีปล่องหลุมมากมาย เป็นหมื่นๆหลุม ตั้งแต่หลุมเล็กไปจนถึงหลุมใหญ่มีภูเขาไฟและทะเลทรายแห้งแล้ง

ดวงจันทร์เป็นดวงดาวใหญ่ที่สุด และสว่างที่สุดในท้องฟ้ากลางคืน ดวงจันทร์ส่องแสง แต่แสงที่ส่องนั้นมิได้เปล่งออกมาจากดวงจันทร์เอง ดวงจันทร์เมื่อได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ก็จะสะท้อนแสงนั้นออกมา ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมากที่สุด แต่ก็ยังเป็นระยะทางไกลมากคือ ระยะสิบเท่าของเส้นรอบโลกยังสั้นกว่าระยะทางจากโลกไปดวงจันทร์

วัฏจักรของดวงจันทร์

เราทราบแล้วว่า ถ้านับเดือนทางจันทรคติ แล้วดวงจันทร์จะโคจรรอบโลกหนึ่งรอบ กินเวลา 29 1/2 วัน ถ้าเรานับจุดเริ่มต้นของดวงจันทร์ที่วันเดือนดับ (New moon) เป็นช่วงที่ดวงจันทร์ อยู่เป็นเส้นตรงระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ทำให้ดวงจันทร์ทึบแสง คนบนโลกจึงมองไม่เห็นดวงจันทร์ แล้วก็เป็นวันข้างขึ้นทีละน้อย เราจะเห็นดวงจันทร์สว่างเป็นเสี้ยวทางขอบฟ้าตะวันตก และจะเห็นดวงจันทร์ขึ้นสูงจากขอบฟ้าทิศตะวันตก ไปทางทิศตะวันออก พร้อมกับมีเสี้ยวสว่างมากขึ้น พอถึงช่วงวันขึ้น 7-8 ค่ำ ดวงจันทร์จะสว่างครึ่งซีกอยู่ตรงกลางท้องฟ้าพอดี (Quarter) วันต่อมาจะเพิ่มเสี้ยวสว่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งวันขึ้น 14-15 ค่ำ ดวงจันทร์จะมาอยู่ตรงเส้น ระหว่างดวงอาทิตย์และโลก ทำให้ดวงจันทร์เกิดสว่างเต็มดวง (Full moon) หลังจากนั้นดวงจันทร์กลายเป็นข้างแรม ดวงจันทร์จะขึ้นช้าไปเรื่อยๆ จนหายไปในท้องฟ้าจะเห็นเดือนดับ แล้วก็เริ่มต้นใหม่ เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ การเกิดข้างขึ้นข้างแรม เนื่องจากดวงจันทร์โคจรรอบโลก 1 รอบ เท่ากับมันโคจรรอบตัวเอง 1 รอบพอดี ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ดังนั้นเราจึงเห็นดวงจันทร์เพียงซีกเดียวตลอดเวลา

9-3-51 R ประเทศที่ผลิตไส้กรอกเป็นประเทศแรก

ตอบ ประเทศ อิรัก


ประเทศ อิรัก เป็นชาติแรกที่คิดค้นผลิตไส้กรอกเป็นประเทศแรกของโลก โดยผลิตจาก ชาวสุเมเรี่ยนซึ่งเป็นผู้ทำไส้กรอกขึ้นมา แต่เยอรมนีเป็นต้นแบบของผลิตภัณฑ์ไส้กรอก ไส้กรอกจึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเยอรมนีก็ว่าได้ คำว่า ไส้กรอก (sausage) มีรากศัพท์จากภาษาละติน “salsus" หมายถึง เนื้อสัตว์ที่มีการเก็บรักษาโดยใช้เกลือ สำหรับภาษาเยอรมันมาจากคำว่า “wurst” หมายถึง เนื้อที่เตรียมได้จากการบดให้ละเอียด ผสมเกลือเครื่องเทศ และเครื่องปรุงรสอื่น ๆ บรรจุในไส้หรือพิมพ์ ความแตกต่างของไส้กรอกขึ้น อยู่กับชนิดของเครื่องเทศที่ใช้ สัดส่วนของเนื้อและไขมัน ชนิดของเนื้อและวิธีการทำ เยอรมนีจึงมีไส้กรอกมากกว่า 1,500 ชนิด ซึ่งจะมีชื่อเรียกตามชนิดของไส้กรอก เครื่องเทศที่ใช้ ไส้ ที่บรรจุ และแหล่ง ที่ผลิต


ไส้กรอกแบ่งเป็นสามประเภทใหญ่ ๆ คือ

ก. ไส้กรอกสด Bruhwurst (fresh pork sausage) ทำจากเนื้อหมูผสมเครื่องเทศ เครื่องปรุงรส น้ำแข็ง บรรจุไส้ หรือ อัดใส่พิมพ์ จะรมควันหรือไม่รมควันก็ได้ตามแต่ชนิด ไส้กรอกประเภทนี้จะมีไขมันตั้งแต่ 15-50 เปอร์เซ็นต์ ในระหว่างการตีส่วนผสมอุณหภูมิต้องไม่เกิน 10 องศาเซลเซียส จะทำให้คุณภาพไส้กรอกดีกว่าการตีส่วนผสมในที่อุณหภูมิสูง เนื่องจากมีการรวมตัวที่ดีของไขมันและน้ำ ไส้กรอกประเภทนี้จะนำไปต้มในน้ำร้อนอุณหภูมิ 85 องศาเซลเซียส ระยะเวลาขึ้นอยู่กับขนาดไส้กรอก เมื่ออุณหภูมิภายในไส้กรอกเท่ากับ 60 องศาเซลเซียส แสงว่าไส้กรอกสุกแล้ว

ข. ไส้กรอกสุก Kochwurst (cooked sausage) มีส่วนผสมของของสุกบางส่วนและสดบางส่วน ผสมเครื่องเทศ เครื่องปรุงรส บรรจุไส้แล้วนำไปทำให้สุก

ค. ไส้กรอกดิบ Rohwurst (raw sausage) ไม่ ผ่านการทำให้สุกด้วยวิธีใด ๆ ไส้กรอกชนิดนี้เก็บรักษาโดยเกลือ การตากแห้ง รวมถึงการรมควันที่อุณหภูมิต่ำ ๆ ไส้กรอกกลุ่มนี้จะมีกลิ่น รสชาติเฉพาะ ส่วนใหญ่จะเค็มและเปรี้ยวเล็กน้อย

“ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ 108 ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี”